เคล็ด(ไม่ลับ)สำหรับการทาสีบ้านใหม่

เคล็ด(ไม่ลับ)สำหรับการทาสีบ้านใหม่

สำหรับใครที่ต้องจะปรับปรุงบ้าน เพื่อให้มีความสวยงามนั้น การทาสีบ้านก็เป็นอีกอย่างที่จะต้องทำ หรือว่าบ้านใครที่โดนน้ำท่วม และพอน้ำลดก็อยากที่จะ ปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่เหมือนเดิมล่ะก็ วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับการทาสีบ้านมาฝากกันค่ะ

สิ่งแรกที่จะต้องทำก่อนการทาสีบ้าน  คือ กาขัดและก็การล้างผนังบ้าน โดยการใช้น้ำฉีด จากนั้นก็ขัดด้วยแปรง หรือลวด การขัดจะต้องขัดเบา ๆ เพื่อที่จะไม่ให้ปูนนั้น ได้หลุดร่อนออกมากับแปรง สำหรับการล้างผนังบ้าน นั้นก็เพื่อกำจัดเศษฝุ่นต่าง ๆ ออกไป เพราะว่ามันจะทำให้สีที่ทานั้น ไม่ติดหรือว่าติดได้ไม่ดีกับผนังบ้านของคุณ

การทำความสะอาดประตูและก็หน้าต่าง หรือว่าวงกบต่าง ๆ ของบ้าน รวมถึงส่วนที่เป็นไม้ของบ้าน วิธีการทำความสะอาด คือ การใช้กระดาษทรายหยาบ ๆ มาขัดสีให้เรียบ หลังจากนั้นก็ขัดด้วยกระดาษทรายที่ละเอียด จากนั้นก็ทาสีรองพื้นภายนอก เป็นแบบที่ใช้ทาปูนเก่า เพราะว่าจะมีประโยชน์ช่วยการป้องกัน เชื้อราได้ด้วย จากนั้นให้ใช้แปรงขนาด 4 นิ้ว จุ่มกับสี จากนั้นก็ทาสีขอบผนังปูนใต้เชิงชายก่อน ตามด้วยรอบวงกบประตู และก็หน้าต่าง เพื่อเป็นการป้องกัน ตอนที่ทาสีด้วยลูกกลิ้งนั้น อาจจะไปโดนไม้ก็ได้

การใช้ลูกกลิ้งสีรองพื้น ตรงผนังปูน ทาให้ทั่วประมาณ 2 รอบ  แต่จะต้องรอให้สีที่ทาครั้งแรกแห้ง ก่อน แล้วค่อยทาสีทับอีกรอบ

การทาสีโดยกลิ้งสีจริง ที่คุณต้องการที่จะทาผนังของบ้าน จะต้องกลิ้งในแนวดิ่ง และก็แนวทะแยงทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สีเต็มพื้นผิว ให้ทาประมาณสัก 2 รอบ และก็ทาตามขอบปูน ที่ติดกันกับหลังคาบ้าน และก็ติดกับวงกบประตูด้วย โดยการใช้แปรงนั้น ไปทาตามขอบที่ติดกับไม้

ส่วนขอบของประตู และก็หน้าต่าง หรือว่าชายหลังคา ให้คุณทาด้วยสีน้ำมัน โดยการจุ่มแปรงขนาด 2 นิ้ว ไปทาที่ขอบวงกบ และก็ตัวหน้าต่าง วิธีการทา ให้ทาตามแนวประตู และก็ตามแนวหน้าต่าง

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Comments Off

เทคนิคการจัดสวนให้สวย

เทคนิคการจัดสวนให้สวย

“เทคนิคการออกแบบสวนหย่อม ก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ที่จะทำให้เรานั้นสามารถดูแลรักษาสวนได้ง่ายหรือว่ายาก ถ้าเกิดว่าเจ้าของบ้านไม่มีเวลาในการที่จะดูแล และก็เอาใจใส่ในการรักษาสวนหย่อม คุณก็ควรที่จะจัดสวนหย่อมให้สามารุที่จะดูแลรักษาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเลือกซื้อพรรณไม้ ประเภทที่ไม่ต้องการความเอาใจใส่ หรือว่าต้องดูแลเป็นพิเศษมากนัก  และก็ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และก็ค่อนข้างที่จะโตช้าหน่อย  แต่เกิดว่าคุณเป็นคนที่รักธรรมชาติ  และก็มีเวลาให้กับการดูแลสวน  และก็มีความสนใจเกี่ยวกับพรรณไม้อยู่ตลอดเวลา  และการออกแบบในการจัดสวนนั้น ก็สามารถที่จะเลือกใช้พรรณไม้ที่แปลก ๆ ตามที่เราต้องการได้ และก็สามารถที่จะเอาใจใส่ และก็ดูแลรักษาให้มาก

และนอกจากนี้ “การออกแบบจัดสวนหย่อม ก็ควรจะจัดให้เหมาะกับการเข้าไปทำงาน เพื่อที่จะดูแลและก็รักษาได้ง่ายขึ้น และก็เพื่อความสะดวกสบาย ของตัวคุณเองด้วยค่ะ เพราะว่าการจัดสวนหย่อมนั้น ก็ถือว่าเป็นการจัดวางสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ  ที่ได้มีการเติบโต และก็มีความต้องการ ในการดูแลรักษาต้นไม้อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากคุณปล่อยทิ้งไว้ และก็ให้สวนหย่อมนั้น มีการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ประมาณสักระยะเวลาหนึ่ง ต้นไม้ต่าง ๆ ก็จะเจริญเติบโตจนมากเกิน  และสวนหย่อมที่เคยสวยงาม ในตอนแรกของคุณ ก็อาจจะกลายเป็นสวนที่เสื่อมโทรมก็ได้ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาต้นไม้ ก็จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อจะช่วยให้สวนหย่อมนั้น มีความสวยงามอยู่ตลอดเวลา ดูแล้วรู้สึกสบายตาสบายใจ  และก็สามารถใช้งานได้นาน ๆ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Comments Off

การจัดสวนหย่อมหน้าบ้าน สามารถบอกฮวงจุ้ยได้

การจัดสวนหย่อมหน้าบ้าน สามารถบอกฮวงจุ้ยได้

ส่วนของหน้าบ้านนั้น  ถือว่าเป็นจุดแรกที่ทุกสามารถมองเห็นเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยียน และก็จะสร้างความประทับใจให้กับคนที่พบเห็นและก็คนที่เป็นเจ้าบ้านนั่นเอง เพราะฉะนั่นการจัดสวนหย่อมตรงหน้าบ้าน  จึงสิ่งที่สำคัญและก็เป็นด่านแรกของบ้านด้วย เพราะฉะนั่นเราจะต้องให้ความสำคัญด้วย
ในการจัดสวนหย่อมหน้าบ้าน  อย่าจัดให้มีต้นไม้มากจนเกินไปเพราะจะทำให้รู้สึกรกได้  หรืออาจจะทำให้มองไม่เห็นบ้านได้  และวิธีการเลือกต้นไม้นั้น  ควรจะเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมกับระยะเวลาและก็ช่วงของทิศทางแสงแดดด้วย
ท่านอาจารย์ไสว พงษ์พันธุ์คุ้ม  เป็นอาจารย์ที่ชำนาญด้านการออกแบบ และก็การจัดสวนหย่อม และท่านได้มีความรู้เกี่ยวกับการจัดสวนหย่อมมาฝาก  ดังนี้

 ถ้าเกิดว่าบ้านไหนที่มีบริเวณหน้าบ้านกว้าง ๆ ต้นไม้ที่ควรนำมาปลูก คือ ต้นพิกุล, ต้นจำปี, ต้นปีบ เพื่อที่จะได้ให้ร่มเงาแก่ตัวบ้านด้วย

ถ้าหากว่าบ้านไหนที่มีบริเวณหน้าบ้านไม่กว้างมากนัก ต้นไม้ที่ควรนำมาปลูก คือ ต้นหมาก หรือว่าต้นปาล์ม อย่างเช่น ต้นหมากเขียว, ต้นหมากเหลือง หรือว่าต้นหมากนวล เพราะว่าต้นไม้เหล่านี้จะไม่โตมากนัก

 ถ้าบ้านคุณนั้น หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตก ตอนบ่ายจะทำให้แดดส่องได้ เพราะฉะนั้นคุณควรจะหาต้นไม้ที่จะสามารถมาบังบ้าน เพื่อที่จะไม่ให้บ้านนั้นร้อนจนเกินไป

ถ้าบ้านคุณนั้น หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก หรือว่าทางด้านทิศเหนือล่ะก้อ  จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของแสงแดดมากเท่าไหร่นัก  คุณก็ควรจะหาเลือกปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ  อย่างเช่น ต้นโมก, ต้นแก้ว, หรือว่าต้นลำดวน เป็นต้น

ถ้าบ้านคุณนั้น หันหน้าไปทางด้านทิศใต้  ให้คุณจัดบริเวณนี้ให้เงียบมาก ๆ  โดยการหาต้นไม้ประเภทตระกูลสน มาปลูก

 และนอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า การจัดสวนไว้หน้าบ้านนั้น ควรจะหันไปทางด้านทิศใต้มากกว่า เพราะว่าจะช่วยดูดเอาพลังหยาง หรือว่าดูดเอาพลังที่สามารถให้โชคได้  ส่วนบ้านไหนที่ไม่ได้หันไปทางด้านทิศใต้  คุณอย่าเพิ่งตกใจ  เพราะว่ามีเรามีอีกวิธี คือ  แค่คุณเอารูปปั้นที่เป็นรูปหงส์ นำไปวางไว้ เพียงแค่นี้ ก็ช่วยคุณได้ค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Comments Off

เทคนิคในการจัดสวนหย่อมให้กับบ้าน

เทคนิคในการจัดสวนหย่อมให้กับบ้าน

            การจัดสวนหย่อมให้กับบ้าน ก็คือการจัดสวนโดยจะใช้เนื้อเพียงเล็กน้อย จะเป็นสวนที่มีขนาดเล็กและจะจัดเป็นจุด ๆ ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เพื่อที่จะได้เน้นตรงบริเวณนั้น ๆ เช่น บริเวณพื้นที่สนามหญ้า  ในการจัดสวนประเภทนี้เราจะใช้อุปกรณ์ในการจัดไม่ค่อยสิ้นเปลือง อย่างเช่น ก้อนหินเพียง 1 ก้อน ต้นไม้ที่ใช้ในการคลุมดินจำนวน 1 กลุ่มกับต้นไม้ที่เป็นพุ่มขนาดปานกลางจำนวน 1 ต้น ในการจัดสวนหย่อมจะเป็นการจัดสวนที่ไม่ยุ่งยากและไม่ซับซ้อน ตรงพื้นที่บริเวณที่เราจะจัดจะเป็นพื้นที่ราบหรือพื้นที่เนินก็ได้แล้วแต่พื้นที่ หรือว่าจัดตามมุมอาคารสำนักงาน ตามมุมถนนหรือบริเวณโคนต้นไม้ จะเป็นสวนที่มีรูปแบบขนาดเล็กเราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบและก็วัสดุที่ใช้ในการจัดได้ง่าย ถ้าเราเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนต้นไม้  เพราะว่าประหยัดเนื้อที่และก็ค่าใช้จ่าย ในการจัดสวนหย่อมควรจะจัดเพียง 1-2 จุดเพราะว่าถ้าสวนหย่อมมีมากเกินไปก็จะทำให้จุดเด่นของสวนหย่อมลดน้อยลงไปทันที

ตัวอย่างการจัดสวนหย่อมให้กับบ้าน อย่างเช่น  ถ้าหากบ้านมีพื้นที่ที่จะใช้ในการจัดสวนเพียง 3×4 เมตร เท่านั้น และต้องการที่จะจัดสวนหย่อม เราต้องไปลองนั่งอยู่ในห้องรับแขกบริเวณด้านในบ้าน เพื่อที่จะหามุมในการออกแบบและจัดสวนหย่อมก่อน จากนั้นเราก็กำหนดและก็แบ่งสัดส่วนของพื้นที่ตามขนาดพื้นที่ในการจัดสวนและตามองค์ประกอบของการจัดสวน และก็กำหนดสิ่งที่เราต้องการว่าเราจะให้มีอะไรบ้าง เช่น ไม้ประธานขนาดกลางหรือขนาดใหญ่, ต้นไม่รงพุ่มขนาดเล็ก,ไม้คลุมดินตรงด้านหน้า,หรือไม้รอง

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , | Comments Off

กรรมที่จะได้รับจากการกระทำ (ต่อ)

กรรมที่จะได้รับจากการกระทำ

กรรมที่เกิดจากการกระทำทางกายและก็ทางวาจาของคนเรานั้น เมื่อเรากระทำไปแล้วต้องมีคนรู้เทวดาก็จะเห็น   ส่วนกรรมที่เกิดจากการกระทำทางจิตใจนั้น   ในทางความรู้สึกของเราเอง   จะไม่มีใครรับรู้กับเราและก็ไม่มีใครเห็นการกระทำทางจิตใจของเรา   มีแต่ตัวของเราเองเท่านั้นที่เห็นและรับรู้   ใครที่คิดแต่สิ่งดี ๆ หรือว่าคิดในสิ่งที่ไม่ดี มันก็จะอยู่ในใจของคน ๆ นั้นและมันก็จะ สะสมกันไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องที่ดีและก็เรื่องที่ไม่ดี   อาจจะเป็นบุญหรืออาจจะเป็นบาปก็แล้วแต่   ถ้าเกิดว่าบุญหรือบาปอะไรที่มีมากกว่ากันอันนั้นก็ส่งผลต่อเราก่อนและก็จะทำให้อย่างอื่นที่อยู่รอบข้างตัวเราที่มีพลังอำนาจจะส่งผลต่อตัวเราเพิ่มเข้ามาอีก   และนี่คือวิบากกรรม   วิบากกรรมนี้ไม่สามารถแก้ได้   ดังคำกล่าวที่ว่า  ” ทำกรรมสิ่งใดไว้ก็ย่อมได้รับผลกรรมอย่างนั้น  ปลูกพืชชนิดไหนไว้ก็ย่อมได้รับผลของพืชที่ปลูกไว้ “  มันเป็นกรรมที่เราทำขึ้นเองและก็จะเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุดและก็กรรมนี้จะส่งผลให้เรานั้นมีทั้งทุกข์และก็สุขปะปนกันไปในทุก ๆ วันนี้   เพราะเหตุนี้จึงต้องมีพระพุทธเจ้า,   มีการเรียนรู้และก็ศึกษาธรรม,   มีการฝึกจิตและก็ฝึกสมาธิ เพื่อที่จะยกจิตใจของเราให้สูงขึ้นและไม่ให้จิตใจตกต่ำ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , | Comments Off

คนเรามีการกระทำอยู่ด้วยกัน 3 วิธี คือ

คนเรามีการกระทำอยู่ด้วยกัน 3 วิธี คือ

 

วิธีที่ 1. การกระทำที่แสดงออกทางกาย

 การกระทำที่แสดงออกทางกายนั้น หมายถึง การใช้ร่างกายของเราเองในการทำกรรมหรือประกอบกรรมต่าง ๆหรือในการลงมือทำ

วิธีที่ 2. การกระทำที่แสดงออกทางวาจา การกระทำที่แสดงออกทางวาจานั้น   หมายถึง   การใช้วาจาหรือคำพูดในการทำกรรมต่าง ๆ หรือว่าจะประกอบกรรม

วิธีที่ 3. การกระทำที่แสดงออกทางใจ  หมายถึง   เกิดจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเราหรือการอาจจะใช้ความรู้สึกนึกคิดในการทำกรรมหรือว่าจะประกอบกรรม

กรรมที่จะได้รับจากการกระทำ

         ผลจากกรรมจะเกิดขึ้นจาก การกระทำต่าง ๆ ของคนเรา เองและส่งผลทำให้ตัวของเราเองหรือคนอื่นเดือดร้อนจากการกระทำของเรา   มีความไม่สบายใจและมีความทุกข์   จุดเริ่มต้นของกรรมนั้นมันจะเริ่มจากทางใจหรือว่าความคิดของคนเราเสมอ   พอมีความคิดทางใจแล้วก็จะส่งผลให้แสดงออกทางวาจาในการทำกรรมขึ้น   พอใช้วาจาในการทำกรรมขึ้นก็จะส่งผลต่อให้เกิดการกระทำโดยการลงมือทำนั่นเอง   การทำกรรมทางกายและวาจาจะส่งผลก่อให้เกิดเจ้ากรรมนายเวร   ส่วนการทำกรรมโดยใช้ความรู้สึกนึกคิดจะ ไม่มีเจ้ากรรมนายเวรเข้ามาเกี่ยวข้อง   แต่จะเป็น วิบากกรรมแทน   กรรมที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร   เราสามารถทำการแก้ไขได้โดย   ถ้าคนคนนั้นมีอภิญญาจิต   มีศีลธรรมที่บริสุทธิ์   เพราะนั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะใช้ในการเจรจาหรือว่าแนะนำให้กับเจ้ากรรมนายเวร   ถ้าไม่งันเจ้ากรรมนายเวรจะไม่เชื่อฟังเรา   ถ้าเกิดว่าเจ้ากรรมนายเวรของผู้ใดที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น   ทุกคนจะต้องแก้ไขเอง   มีวิธีการแก้ไขโดยทั้งคู่จะต้องอโหสิกรรมให้แก่กัน   เพื่อที่กรรมนั้นจะได้สิ้นสุดลง   ถ้าเราขออโหสิกรรมแล้วแต่เขาไม่ยอมและเราไม่คิดติดใจแล้ว   แต่อีกฝ่ายยังคิดแค้นอยู่คนเดียวมันก็ถือเป็นมโนกรรมของเขาเองและจะเป็นวิบากกรรมที่จะติดกับตัวเขาไปคนเดียว (มีต่อ…)

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , | Comments Off

ลิขิตของกรรม

ลิขิตของกรรม

 ความหมายของกรรม คือ สิ่งที่คนเรากระทำ   ในการกระทำนั้นจะมีอยู่ ๒ แบบ คือ

แบบที่ 1.การกระทำกรรมดีนั้นมีความหมายว่า   สิ่งต่าง ๆ ที่คนเราปฏิบัติที่เป็นบุญหรือเป็นกุศล

แบบที่ 2.การกระทำกรรมชั่วนั้นมีความหมายว่า สิ่งต่าง ๆ ที่คนเราปฏิบัติที่ก่อให้เกิดบาปหรือเป็นอกุศล 

หากคนเราทำความดีที่เป็นบุญกุศลสิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลถึงตัวเราคือเราก็จะมีแต่ความสุข   มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต   มีความสำเร็จในด้านต่าง ๆ   มีความสมหวังทุกประการ   มีความคล่องตัวในทุกด้าน   ค้าขายมีกำไร

หากคนเราทำบาปอกุศลมาก ๆ สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลให้ตัวเราเผชิญแต่กับความทุกข์  ทำอะไรมีแต่ความเสื่อม   ทำสิ่งใดก็จะเจอแต่ความล้มเหลวในชีวิต   มีแต่ความผิดหวังเข้ามา   ทำอะไรก็จะติดขัดไปหมด   ทำธุรกิจอะไรก็จะขาดทุน   ป่วยอยู่ก็จะมีแต่ความทรมานจนถึงแก่ความตาย   คนที่รักเราก็จะหายหน้าไม่สนใจใยดี

เพราะฉะนั้น “ กรรม” ก็คือสิ่งที่ตัวเรากระทำทั้งในสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีจาการกระทำของเราเอง จากการกระทำนั้นเองก็จะส่งผลมาถึงตัวเราเองก็จะมีทั้งกรรมหนักและกรรมเบา   และจะส่งผลถึงตัวเรามากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับว่า เราตั้งใจหรือว่ามุ่งเน้นที่จะทำมันหรือไม่ หรือว่าเราไม่มีเจตนาและก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำกรรมนั้น  เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องตั้งใจทำความดีให้มาก ๆ เพราะผลจากการทำความดีก็จะส่งผลมาถึงตัวเรามากตามไปด้วย   แต่ถ้าหากว่าเราไม่ตั้งใจทำความดี  สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลน้อยตามไปด้วยหรืออาจจะไม่เป็นผลเลย   ส่วนคนเราถ้ามัวแต่ทำความชั่วโดยที่ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ผลของการกระทำนั้นก็จะส่งผลตามมาจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ    ไม่ว่าเราจะทำความดีหรือความชั่่วก็ย่อมส่งผลถึงตัวเราตามที่เรากระทำกรรมนั้น ๆ

 

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , | Comments Off